นงลักษณ์จิวเวลรี่


ตะกร้าสินค้า

Your Cart is currently empty.

You are here: Home Example Pages

ตำนาน กับความเชื่อเรื่องหยก

อีเมล พิมพ์ PDF

ตำนาน กับความเชื่อเรื่องหยก

รัตนชาติกายสิทธิ์ ที่มีคุณยิ่งต่อมนุษย์ เรารู้จักหยกกันดี ชาวจีนถือว่าหยกมีค่าสูง เป็นรองหินรัตนชาติ จุยเจีย และเรียกชื่อ หยกว่า "ยู YU" ซึ่งหมายถึง เพชรพลอยต่างๆ ด้วยคำว่า Jade มาจากภาษาสเปนคำว่า "ยาดา Jada" ชาวจีนยอมรับ และนับถือว่าหยกรักษาความเจ็บป่วยได้

หยกมี 2 จำพวก คือ 1. เจไดท์ (Jadeite) 2. เนไฟร์ท (Nephrite) หยกที่ชาวจีนนิยมใช้กันมากคือ หยกจำพวกเจไดท์ ซึ่งมีราคาแพง และหายากยิ่งกว่า (จำพวกเนไฟรท์ ซึ่งบางที่เรียกว่า หยกอ่อน หยกนิวซีแลนด์ หรือประเภทเดียว กับหยกข้าวเหนียว หรือหยกไต้หวัน) หยกทั้งสองจำพวกนี้ มีธรรมชาติ กำเนิดเป็นรูป 6 เหลี่ยมตัด 2 มุม จัดอยู่ในตระกูลโมโนคลีนิค (Monoclinic System)

หยกเจไดท์ (Jadeite) มีธรรมชาติกำเนิดจาก แร่โซเดียม และอลูมิเนียม มีเนื้อหยาบเป็นเส้น มีความใสขุ่น ตามธรรมดาหยกจำพวกนี้ มีสีเขียวลูกแอบเปิ้ล ถึงสีมรกต และมีสีเขียวอ่อนอมสีขาว จนสีเกือบขาว สีที่นิยมกันมาก คือ สีเขียวใสสดแบบมรกต มีสีเขียวสม่ำเสมอ น้ำใส ไม่มีตำหนิ เทียบได้กับ สีพลอยมรกต หรือสีหางนกยูง ซึ่งชาวจีนชั้นสูงนิยมกันนักหนา มาตั้งแต่ครั้งโบราณ จนปัจจุบันนิยมมากขึ้น และแพร่หลาย ไปทั่วโลก

หยกที่เจียระไนเป็นหัวแหวนทรงหลังเต่า หรือหลังเบี้ย (หลังนูน) หากมีสีเขียวสดๆ และเนื้อโปร่งใส ดูเหมือนมรกต นั่นคือ หยกที่ดีที่สุด มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Imperial Jade หยกชนิดนี้ หายากมาก และก็แพงเอามากๆ ด้วย หยกที่สีเขียวสดส่วนใหญ่ จะมีเนื้อทึบไม่โปร่งใส ก็นับว่าเป็นหยกที่มีคุณภาพ และหายากแล้ว


หยกเนื้อแก้วเขียวใสมรกต ซื้อขายกันเป็นเม็ดๆ ขนาดเท่าหัวนิ้วโป้งมือ ราคาไม่ต่ำกว่า 1 - 5 ล้านบาทขึ้นไป หยกเขียวใสมรกต (Imperial Jade) นี้ ญี่ปุ่นซื้อราคาสูงสุด และตลาดมีความต้องการมากที่สุด

การที่ หยกเขียวมรกต (Imperial Jade) มีราคาแพงมาก เพราะหายาก จากจำนวนก้อนหยกธรรมชาติ ที่ขุดค้น จากใต้ดิน นำมาผ่าหาดูเนื้อหยกสีเขียวนับพันๆ หรือหมื่นๆ ก้อน จึงจะพบเนื้อหยกสีเขียวบ้างเล็กน้อย และนานมาก จึงจะพบหยกเขียวมรกต ปะปนอยู่เล็กน้อยในเนื้อหินหยกภายในนั้น ดังนั้นหยกพม่า เนื้อเขียวมรกต จึงเป็นสุดยอด หยก ที่ดีวิเศษที่สุดในโลก ซึ่งในสมัยโบราณ ถือเป็นของคู่บุญบารมี ของกษัตริย์ หรือพระเจ้าจักรพรรดิ์ ผู้มีบุญญาธิการ มีพระบรมเดชานุภาพ ที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น จึงเรียกหยกเขียวมรกตว่า "หยกจักรพรรดิ" (Imperial Jade)


หยกมีหลายสี ตามธรรมชาติ ในบันทึกทางประวัติศาสตร์ของจีน กล่าวไว้ว่ามีถึง 9 สีด้วยกัน คือ เขียว ขาว ม่วง แดง น้ำตาล เหลือง เทา ดำและน้ำเงิน (ฟ้า) แต่ถ้าแยกแยะ ไปตามลักษณะของแต่ละสี เช่น หยกสีเขียว ก็ยังมีสีเขียวเข้ม เขียวทึบ เขียวอ่อน เขียวลาย เขียวจุดๆ เขียวขวา และหยกสีฟ้า (น้ำเงิน) ก็มีฟ้าเข้ม ฟ้าอ่อน ส่วนหยกสีเหลือง (น้ำผึ้ง) ก็มีเข้ม มีจาง สีม่วงก็มีม่วงจาง ม่วงเข้ม ม่วงใส สรุปได้ว่ามีมากกว่า 18 ลักษณะสีสันนั้นเอง

ในปัจจุบันหยกที่นิยม และมีค่ารองจากหยกเขียวคือ หยกสีแดง แดงส้ม ม่วงเข้ม ม่วงใส สีเหลืองสด เหลืองน้ำผึ้ง สีฟ้า ขาวเขียว นิยมมาทำหัวแหวน หรือล็อกเก็ตห้อยคอ หรือกำไลสวมมือ

หยกที่ดีที่สุดในโลก มาจากประเทศพม่า อยู่ทางภาคเหนือชื่อ Tawmaw   ปัจจุบันแหล่งหยกเจไดท์ มีที่ภูเขาคะฉิ่น (Kachin Hills) เหมืองมยิดกินา (Matitkyna) เป็นแหล่งขุดค้น หินหยกที่สำคัญ บรรดาห้างร้านชาวจีน ได้ซื้อหยกจากแหล่งนี้ ส่งไปทำที่เมืองกวางตุ้ง ปักกิ่ง ซัวเถา และเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นแหล่งที่ทำการเจียระไนหยก


ที่เมืองกวางตุ้งมีธรรมเนียมอยู่อย่างหนึ่ง ที่ทุกๆ ปี มีการเลหลังหยก ต่อประชาชน ผู้เลหลังใส่เสื้อคลุมยาวแขนยาว การเลหลัง ทำโดยวิธีลับคือ ผู้ซื้อจะประสานมือ เป็นการต่อราคา ซึ่งมีหลายลักษณะต่างๆ กัน ห้างร้านที่ขายหยก จะขายเฉพาะหยกแต่ละสี แต่ละชนิดเป็นแห่งๆ ไป ที่เมืองนี้ มีคนทำงานอุตสาหกรรมหยก มากกว่าหมื่นคน แบ่งเป็นพวกทำงาน แต่ละอย่าง เช่น พวกช่างแกะสลัก พวกคัดเลือก เป็นต้น การซื้อหยก ต้องซื้อจากตาม ห้างร้านที่ขาย จะซื้อจากผู้ผลิต ทำไม่ได้

การทำหยก แม้จะยากเย็นเพียงไรก็ตาม แต่ชาวจีนก็มีฝีมือแกะสลัก ทำได้อย่างสวยงาม ทำเป็นจี้ห้อยคอ และต่างหู ซึ่งส่งไปขายในยุโรป ได้ราคาแพง ในยุคโบราณ ก็ใช้หยกทำเครื่องประดับ และสิ่งอื่นๆ ซึ่งเคยพบหลายอย่าง เช่น ภาพแกะสลักด้วยเจไดท์ ได้พบ ในสุสานชาวเม็กซิกันหลายแห่ง ใน ค.ศ. 1900 ได้พบหยกหลายพันชิ้น ใกล้วิหาร โบราณ แห่งหนึ่ง ในประเทศเม็กซิโก หยกเหล่านี้ เรียกชื่อว่า "จาลจิตุล" (Chalchitul) สายรัดฉลองพระองค์ ของพระจักรพรรดิ มองเตซูมา ก็ทำด้วยหยกเจไดท์ เป็นเวลานานทีเดียว ที่ชาวสเปนหลงเข้าใจว่า หยกเจไดท์ เป็นมรกต ชนิดหนึ่ง


หยกจำพวกเนไฟรท์ (Nephrite) มีธรรมชาติ เกิดจากแร่แมกนีเซียม แคลเซียม และเหล็ก หยกจำพวกนี้ มีสีเขียวใบไม้อมสีดำ ไปจนถึงสีเกือบขาว มีเนื้อหยก อย่างเดียวกับ หยกเจไดท์ แต่มีคุณสมบัติต่ำกว่า

หยกจำพวกนี้ พบมากที่นิวซีแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย พบเป็นก้อนกลม ตามแม่น้ำ และหยกจำพวกนี้ มีกำเนิดตามหินชื่อ เมารี ในอดีตชนเผ่าเมารี ใช้ทำหัวขวาน และอาวุธต่างๆ

หยกนีฟไรท์ก้อนใหญ่เวลานี้ ตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ กรุงนิวยอร์ก นายบีสชอบ เป็นผู้ให้ เมื่อไม่นานมานี้ ได้พบหยกจำพวกนี้ ที่ตำบลลิทตัน ในบริติชโคลัมเบีย ที่เมืองยอร์ดันสะมูล ประเทศเยอรมนี ก็มีหยกจำพวกนี้เหมือนกัน ที่เรียกว่า หยกสะไตเรียน (STYRIAN) และหยกแอฟริกาใต้นั้น ความจริงไม่ใช่หยก แต่เป็นหินเนื้ออ่อนชนิดหนึ่ง มีลักษณะสีคล้ายหยก ใช้ทำถ้วย หรือภาชนะต่างๆ ได้ หินชนิดนี้ มาจากตำบลสะไตเรีย ใกล้เมืองกรัวนัต และมาจากประเทศอิตาลี สวีเดน นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ และตำบลไทรอย เยอรมนี


กษัตริย์ชาวจีน หรือฮ่องเต้จีน ทุกยุคสมัย ถือหยกเป็นของคู่บารมี โดยเฉพาะเครื่องราชูปโภค ต้องมีหยกประกอบ เช่น ตราแผ่นดิน ตราหยก ประจำองค์กษัตริย์ พระราชวงศ์ ขุนนางต่างๆ ล้วนทำจากหยกพม่าทั้งสิ้น

jade20.jpg (17322 bytes)
ชาวจีนแต่โบราณจนปัจจุบันนับถือว่า หยกเป็นของวิเศษของเซียนผู้ทรงคุณทางฤทธิ์เดช หยกเป็นรัตนชาติอย่างหนึ่ง ที่มีกายสิทธิ์รักษา หรือมีเทพรักษาอยู่ภายใน ดังนั้นหยกจึงมีความศักดิ์สิทธิ์ จะเห็นได้จากการใส่กำไลหยก คุ้มครอง รักษาตัวของชาวจีนมาแต่โบราณ ตลอดจนการนำหยกมาแกะเจียระไนเป็นน้ำเต้าหยก ซึ่งนิยมกันมา นานนับพันๆ ปี ใช้เป็นเครื่องรางคุ้มครองตัว ที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง ชาวจีน ถือกันมาจากอดีตจนปัจจุบัน

การค้าหยกนั้น โดยเฉพาะหยกที่เป็นก้อนๆ แบบธรรมชาติ จะยังไม่ผ่า ก็เหมือนกับการเสี่ยงโชคลาภวาสนา เสี่ยงดวง เสี่ยงบุญ คือพ่อค้าหยก เมื่อซื้อหยกก้อนมา บางก้อน ก็เห็นสีเขียวนิดหน่อย บางก้อนก็ไม่เห็นเลย ต้องอาศัย ความชำนาญ


ประสบการณ์ และสิ่งสำคัญคือดวง หรือบุญเก่า เพราะหยกบางก้อนมีราคาเป็นแสน หรือหลายล้าน บางครั้งผ่าออกมาจากเงินล้าน เหลือไม่กี่หมื่น บางครั้ง ซื้อมาเป็นแสน ผ่าออกมาพบเนื้อสีเขียวสดใสภายในอยู่บ้าง กลายเป็นหลายสิบล้านก็มี แต่ยากมากเหลือเกิน เพราะช่างบางคนทำงานเจียระไนหยก ตัดผ่าหินหยก มา 15 ปี ไม่เคยพบหยกเนื้อเขียวเลยก็มี


และมีพ่อค้าหยก ที่ทุ่มการซื้อก้อนหยกมาตัดผ่า เพื่อหาเนื้อหยกมรกต (Imperial Jade) ที่คาดว่าจะมีอยู่ในก้อนหยก ชนิดเป็นร้อยๆ พันๆ ก้อน แต่ไม่พบเลยก็มี ถึงกับหมดตัวไปตามๆ กัน ส่วนบางท่านโชคดี พบเนื้อหยกเนื้อแก้วเขียวสดภายใน กลายเป็นเศรษฐีหลายสิบล้าน ก็มีแต่ยากมาก ดังนั้น ด้วยเหตุหายาก เนื้อหยกเขียวมรกตจักรพรรดิ จึงเป็นเรื่องแสดงถึงมนุษย์ ผู้ที่จะได้ครอบครองหยกจักรพรรดินั้น ต้องมีบุญบารมีมีดวงดีเท่านั้น จึงจะได้พบ ดังนั้นใครที่มีหยกจักรพรรดิ จึงถือกันว่าเป็นผู้มีบุญวาสนาเก่าที่สร้างมาดีแล้ว

หยกมีตำนานเก่าแก่ ควงคู่มากับแผ่นดินจีน ทุกสมัยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระพุทธรูป และพระโพธิสัตว์ กวนอิม ล้วนแกะสลัก เจียระไนจากหยกหลายสีสัน และยังทำเสื้อหยกจักรพรรดิ เก็บพระศพ ไว้ในสุสาน อีกด้วย เพราะเชื่อกันว่าจะรักษาศพ ให้พ้นจากการเน่าเปื่อยได้ ลองพิจารณาย้อนหลัง เข้าไปในประวัติศาสตร์แล้ว หยกเป็นรัตนชาติที่สร้างความประทับใจ ให้กับคนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวจีนมีความเชื่อว่า หยกมีพลังลึกลับ สามารถปกป้องคุ้มครองผู้สวมใส่ จากสิ่งชั่วร้ายได้

การเจียระไนหยกเนื้อดีๆ ที่หายาก มักนิยมเจียระไนเป็นหลังเบี้ย หลังนูน สำหรับทำหัวแหวน หรือล็อกเก็ตเลี่ยมห้อยคอ กรณีเป็นหยกเนื้อดี นอกจากนี้ทำเป็นน้ำเต้าหยก กำไลหยก ใบโพธิ์หยก โดยมีความหมายว่า ร่มเย็นเป็นสุข และเป็นสัญลักษณ์ชนิดหนึ่งทางพุทธศาสนา เพราะพระพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์

ส่วนน้ำเต้าหยก เป็นสัญลักษณ์ของเซียน หรือผู้ปฏิบัติธรรม บำเพ็ญภาวนาให้บรรล ุถึงมรรคผลนิพพาน ความเป็นผู้วิเศษ ความสมบูรณ์พูนสุข ด้วยลาภยศสักการะ และความมั่นคงสมบูรณ์ ด้วยทรัพย์สมบัติทั้งปวงตลอดกาล

ใบโพธิ์หยก มีความหมายว่าร่มเย็นเป็นสุข ได้รับการคุ้มครอง รักษาจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเป็นเครื่องเตือนใจให้มนุษย์ทุกคน หมั่นสร้างความดี โดยการบำเพ็ญทานศีล ภาวนา เพื่อให้ได้บรรลุเป็นอริยะ มีมรรคผลนิพพานในที่สุด และเพื่อเป็นสติเดือนใจ ให้ระลึกถึงการบำเพ็ญบารมี สร้างความดีทุกรูปแบบ เหมือนพระโพธิสัตว์ที่มีเมตตาจิต ช่วยเหลือสัตว์โลกให้พ้นทุกข์ทั้งปวง


ดังนั้นทั้งน้ำเต้าหยก ใบโพธิ์หยก จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการเตือนสติ ให้สร้างความดี มีความอดทน พยายามไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคทั้งปวง เหมือนเซียน และพระโพธิสัตว์ ผู้ไม่ย่อท้อ ต่อการบำเพ็ญบุญบารมี เพื่อช่วยเหลือสัตว์โลก นอกจากนี้ ชาวจีนยุคโบราณ นิยมเจียระไนหยก เป็นรูปสัตว์ต่างๆ เช่น กบหยก ปลาหยก กระต่ายหยก มีความหมายว่า ขอให้ชีวิตมีความเจริญก้าวหน้า ก้าวไปด้วยการสร้างความดี ทั้งทางโลก ทางธรรม มีความขยันหมั่นเพียร ประกอบสัมมาอาชีพ ที่สุจริต จนฐานะเจริญก้าวรุ่งเรือง ร่ำรวยมั่งคั่ง สมบูรณ์ อยู่ดี กินดี มีสุขในครอบครัว

ปลาหยก กระต่ายหยก สร้างขึ้น เพื่อเป็นครูสอน ให้มนุษย์มีความเมตตาอารี ต่อสรรพสัตว์ในโลก เป็นอุบาย เพื่อให้จิตใจมนุษย์ เกิดเมตตาธรรมนั่นเอง ช่วยให้จิตใจของคนเกิดความรัก ความเมตตาอ่อนโยนต่อเพื่อนร่วมโลก ไม่ให้กระด้าง หยาบคาย โหดเหี้ยมป่าเถื่อน นั่นเอง เป็นการช่วยให้สังคมอยู่เป็นสุข เพราะสังคมใด มีแต่คนจิตใจดี มีเมตตา กรุณา ปราณี คนมีจิตใจอ่อนโยน สังคมนั้น ก็เป็นสุข กบหยก ปลาหยก กระต่ายหยก จึงมีความหมายสำคัญ ต่อชาวจีนทุกยุคทุกสมัย มาจนปัจจุบันนี้

ส่วนกำไลหยกนั้น เป็นความหมายสุดยอดของชาวจีน คือ กำไลหยกมีลักษณะกลม ตรงกลางมีแต่อากาศว่างเปล่า ความเป็นวงกลมของกำไลหยก หมายถึง เมื่อมนุษย์ได้บำเพ็ญความดีแล้ว จะได้รับการคุ้มครอง รักษาจากบุญกุศล ให้แคล้วคลาดปลอดภัย


และตรงกลางกำไล ที่มีลักษณะกลม เป็นอากาศว่างเปล่านั้น มีคติสอนใจ ให้มนุษย์ทำจิตใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ โล่งโปร่ง เบาจากอวิชชา ตัณหา อุปาทาน และกิเลสที่หนักอึ้ง คือโลภะ โทสะ โมหะ โดยการบำเพ็ญภาวนา สวดมนต์ทำสมาธิภาวนา จนจิตใจมีลักษณะกลมใสสะอาด โปร่งว่างเบา เหมือนวงอากาศ ในวงกำไลนั้น และให้หมั่นบำเพ็ญเพียรทางจิตใจ ให้จิตหยุด ใสบริสุทธิ์ บางเบาดุจอากาศในวงกลมของวงในกำไลหยก

 

กบหยก เป็นเครื่องหมายให้มนุษย์พิจารณาว่า กบมีแต่กระโดดก้าวไปข้างหน้า กบไม่เคยถอยหลัง กระโดดถอยหลังไม่เป็น ส่วนสัตว์อื่นๆ ในโลก ถอยหลังได้ แต่กบถอยหลังไม่เป็น มีแต่ก้าว หรือกระโดดไปข้างหน้า และก้าวไกลกว่าสัตว์อื่นๆ ดังนั้น นักปราชญ์โบราณของจีน จึงสร้างกบหยก ขึ้นเตือนสติ และเป็นปริศนาธรรม เป็นครู เป็นอุปกรณ์ที่ทรงคุณค่าขึ้นสอน หรือเตือนสติมนุษย์ ไม่ให้ประมาทในการดำเนินชีวิต ทั้งทางโลก ทางธรรม ให้หมั่นประกอบสัมมาอาชีพ ในทางซื่อสัตย์สุจริต เช่น การค้าขาย ให้เจริญก้าวหน้า ดังนั้นด้วยเหตุนี้ ชาวจีนจึงมีความก้าวหน้า ในการค้าขายในธุรกิจต่างๆ จากอดีตสู่ปัจจุบัน ทั่วโลก กบหยก จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความก้าวหน้าก้าวไกล ไม่ถอยหลังกลับ

ส่วนในทางธรรม กบหยกเป็นปริศนาธรรม สอนให้เหล่าเซียน หมั่นพยายามทำจิตให้ยิ่งๆ ขึ้นไป (อธิจิต อธิศีล อธิปัญญา) คือการดำเนินจิต หยุดใน หยุดเข้ากลาง ของกลางความใสบริสุทธิ์ ดำเนินตามทางเสด็จไปของพุทธองค์ และพระอรหันต์ โดยไม่ถอยหลังกลับ

 
ปลาหยก กระต่ายหยก นักปราชญ์โบราณ สร้างขึ้นจากหยกเนื้อดีล้ำค่า เพื่อเป็นสัญลักษณ์ ให้มนุษย์มีจิตเมตตา กรุณาปราณี คือให้มนุษย์มีศีลธรรม มีเมตตาธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพื่อจะได้อยู่อย่าง สงบสันติสุข เพราะพระพุทธองค์ตรงตรัสไว้ว่า โลโก อุปัตถัม ภิกา เมตตา แปลว่า "เมตตาเป็นธรรม เครื่องค้ำจุนโลก" ถ้าคนในโลกขาดเมตตา โลกนี้จะเต็มไปด้วย คนจิตใจกระด้าง โหดเหี้ยม อำมหิต ข่มขืน ข่มเหง ฆ่ากัน เบียดเบียนกัน จนเป็นกลียุค ที่มีแต่สงคราม และคาวเลือด มีแต่ความวิบัติ ความพลัดพรากจากกัน เดือดร้อน ไปทุกหย่อมหญ้า

ช้างหยก ช้างเป็นสัตว์ประเสริฐ ที่ช่วยก้อบกู้ประเทศชาติบ้านเมือง มาทุกยุคทุกสมัย เช่น สมัยพ่อขุนรามคำแหง ทรงช้างชนะเจ้าเมืองฉอด จนมีพระบรมเดชานุภาพยิ่งใหญ่ ในยุคสุโขทัย มาสมัยอยุธยา พระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ ทรงช้างชนะศึก กู้ชาติให้พ้นจากการเป็นเมืองขึ้น ของพม่า

สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์ราชจักรีวงศ์ ทรงประทับช้าง ปราบศึกเขมร และศึกสงคราม จนเกิดความสงบสุข เป็นเอกราชมั่นคงตราบจนทุกวันนี้ โดยมีพระชัย (พระพุทธรูปเงิน) ที่ประดิษฐานบนหลังช้าง เป็นมิ่งขวัญ แก่กองทัพไทย จนชนะหมู่อริราชศัตรู จนสามารถกอบกู้เอกราชตั้งบ้านเมืองมั่นคง เป็นประเทศไทย อยู่ได้จนทุกวันนี้


ในยุคปัจจุบัน นิยมเจียระไนหยกเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นสัญลักษณ์ของพระรัตนตรัย เช่น ทำเป็นพระหยก สำหรับบูชาติดตัว ตามคติความเชื่อที่ว่า หยกมีอานุภาพเย็น ป้องกันรักษา ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และคุ้มครองป้องกันร่างกายมนุษย์ให้ปลอดภัย และถ้านำมาเป็นนิมิตเครื่องหมายในการบำเพ็ญภาวนาทางจิต ก็จะยิ่งทวีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น

 

ที่มา : www.patchra.net
 

บทความล่าสุด

ติดต่อเรา

คุณสามารถติดด่อ ร้านนงลักษณ์จิวเวลรี่ได้หลายช่องทาง ดังนี้

  • โทร: 086-6722109, 083-4823093
  • Tel: (+668) 66722109, (+668) 34823093
  • Fax: -
  • Email1: nonglakjewelry@hotmail.com
  • Email2: nonglakjewelry@gmail.com
  • Website: www.nonglakjewelryshop.com

การชำระเงิน

ร้านนงลักษณ์จิวเวลรี่
เลขที่ 233 ม.14 ต.แม่เจดีย์ใหม่ อ.เวียงป่าเป้า เชียงราย 57260

ยินดีต้อนรับทุกท่าน เยี่ยมชมร้านนงลักษณ์จิวเวลรี่ ณ ตลาดเอื้องฟ้า น้ำพุร้อนแม่ขะจาน ร้านแรกฝั่งซ้ายมือ(ใกล้ร้านริมดอย) ค่ะ
อย่าลืม แวะเยี่ยมชม ให้กำลังใจกันได้ค่ะ เปิดบริการทุกวัน 06.00 - 20.30 น.(ไม่เว้นวันหยุด นักขัตฤกษ์)

การชำระเงิน-โอนเงินผ่านธนาคาร หรือตู้ ATM มาที่
บัญชีออมทรัพย์ ในนาม นายพงศ์ภสิทธิ์ เชียงปิว
ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาย่อยแม่ขะจาน เลขที่บัญชี 598-0-22389-4

รายระเอียดการสั่งซื้อสินค้า

 

•    รูปถ่ายทุกภาพ ถ่ายจากสินค้าจริงทั้งหมด
•    บางรูปอาจมีความแตกต่างเรื่องสีเล็กน้อย จากแสงขณะถ่าย
•    กรุณาตรวจสอบขนาด ในรายละเอียดของสินค้า ก่อนการตัดสินใจ